มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศย้ายโรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนระบบส่งกำลังในเครือ ไปยังโรงงานแห่งใหม่ใกล้กับโรงงานเดิมในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง หวังเพิ่มศักยภาพการผลิตเครื่องยนต์ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดภายใน และตลาดส่งออก เริ่มเปิดสายการผลิตตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา
มร. มิจิโร่ อิมาอิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ขยายการลงทุนในบริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนระบบส่งกำลังของรถยนต์ในประเทศไทย โดยได้สร้างโรงงานแห่งใหม่ขึ้นในพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง พร้อมย้ายสายการผลิตจากโรงงานเดิม ไปยังโรงงานแห่งใหม่ ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งโรงงานผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนของระบบส่งกำลังแห่งใหม่นี้ มีสายการผลิตเครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับการผลิต และประกอบเครื่องยนต์ ที่มีคุณภาพมาตรฐานโลกของมิตซูบิชิ
"ความสำเร็จของเราในครั้งนี้ คงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากการสนับสนุนด้วยดีจากคนไทย โดยเฉพาะภาครัฐที่ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ พร้อมกับการกำหนดนโยบายที่สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเต็มที่ รวมไปถึงการทุ่มเทอย่างหนัก ของพนักงานในประเทศไทย เพื่อการผลิตเครื่องยนต์ที่มีคุณภาพ ผมเชื่อว่าการขยายการลงทุนในเมืองไทยครั้งนี้ จะสร้างประโยชน์ให้กับทั้งบริษัทฯ และประเทศไทยเป็นอย่างมาก" มร.อิมาอิ กล่าวอย่างมั่นใจ
สำหรับ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด เป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนของระบบส่งกำลังของรถยนต์ โดยปัจจุบันสามารถผลิตทั้งเครื่องยนต์ดีเซล และเบนซิน ที่ใช้ในรถกระบะและรถยนต์นั่งของมิตซูบิชิในประเทศ รวมทั้งยังได้ส่งออกเครื่องยนต์ไปยัง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย
ทั้งนี้มิตซูบิชิได้ลงทุนไปกว่า 290 ล้านบาท เพื่อการสร้างโรงงานแห่งใหม่พร้อมกับการติดตั้งเครื่องจักร และเครื่องมือที่ทันสมัย และด้วยศักยภาพของโรงงานแห่งใหม่นี้ จะทำให้บริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตจาก 190,000 ชิ้น เป็น 240,000 ชิ้นต่อปี
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ถือเป็นผู้นำด้านการส่งออกรถยนต์ของเมืองไทย โดยเริ่มการส่งออกรถยนต์จากประเทศไทย ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2531 ที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทฯ ยังพลิกหน้าประวัติศาสตร์การส่งออกได้อีกครั้ง ด้วยการส่งออกรถกระบะ และชิ้นส่วนจากฐานการผลิตในประเทศไทย ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ได้กว่า 1 ล้านคัน เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัทฯ ได้พัฒนาศักยภาพการผลิตของโรงงาน เพื่อตอบสนองกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งรองรับการเปิดตัวรถยนต์มิตซูบิชิ Sporty SUV ซึ่งจะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท และเพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น มิตซูบิชิ ยังได้เช่าพื้นที่บริเวณ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังเพิ่มเติมอีก 200 ไร่ เพื่อใช้สำหรับงานโลจิสติกส์ รวมทั้งใช้ส่วนหนึ่งเป็นสถานที่จอดรถเพื่อการส่งออก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ติดตามข่าวสารอื่นๆ ของ Mitsubishi ได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th ครับ
|