Thaidriver  
     
 
00• คนไทยทั่วไปทั้งประเทศ มักเชื่อว่าแอลกอฮอล์ หรือเอธานอล ซึ่งผลิตจากพืชผลทางการเกษตร ที่นำมาผสมกับน้ำมันเบนซินเป็นแก๊สโซฮอล์ จะระเหยเร็วกว่าเบนซินมาก
• น่าจะด้วยเพราะคนส่วนใหญ่เคยถูกแอลกอฮอล์ทาแผลแล้วเย็นและแห้งเร็ว แต่น้อยคนที่ไม่ใช่ช่างซ่อมรถ จะเคยใช้เบนซินล้างอะไรๆ หรือโดนผิวหนังแล้ว เห็นว่าระเหย และแห้งเร็ว ประกอบกับคำร่ำลือที่เกิดขึ้นง่ายในสังคมไทย ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ก็ตาม
• คนส่วนใหญ่จึงเชื่อ (แบบผิดๆ ) ว่า แก๊สโซฮอล์ (น้ำมันเบนซินผสมเอธานอล) จะระเหยเร็วกว่าน้ำมันเบนซิน

bul orangeเชื่อและร่ำลือกันในวงกว้างและฝังรากลึก ทั้งที่ความจริงอาจจะกลับกันก็ได้ น้ำมันเบนซินอาจระเหยเร็วกว่าก็เป็นได้

• ไม่มีใครคิดจะพิสูจน์ เพราะไม่ใช่หน้าที่ และในเมื่อเชื่อแบบฝังรากลึกและเป็นวงกว้าง ก็เลยคิดกันไปเองว่า...เป็นความจริง จึงไม่ต้องพิสูจน์หรือจับผิดอะไร
• THAIDRIVER เป็นสื่อมวลชนด้านรถยนต์ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพมากว่า 10 ปี สะดุดใจและสนใจในประเด็นนี้ จึงจัดการพิสูจน์ว่า จริงๆ แล้วเบนซิน แก๊สโซฮอล์ รวมถึงเอธานอลล้วนๆ อะไรระเหยเร็วกว่ากันแน่ จะเป็นไปตามความเชื่อทั้งประเทศ หรือต่างออกไป?
• และ...ผลพิสูจน์ในทุกการทดลอง…
810
     
น้ำมันเบนซิน ระเหยเร็วที่สุด!
- แก๊สโซฮอล์ ระเหยช้ากว่า เหลือในภาชนะมากกว่าเบนซิน แบบไม่ต้องลังเลใจ
- มองเห็นด้วยตาเปล่าชัดเจน ยิ่งผสมเอธานอลมาก ยิ่งระเหยช้า


• แม้แต่ อี10 แก๊สโซฮอล์ที่ผสมเอธานอลแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็ชัดเจนว่า ระเหยช้ากว่าเบนซิน
• ที่สำคัญ คือ ยิ่งน้ำมันชนิดใด ผสมเอธานอลลงไปเป็นเปอร์เซ็นต์มากเท่าไร ก็ยิ่งระเหยช้า
     
03   02
 
14
 
• ถ้าเป็นเอธานอลล้วนๆ อี100 ก็สุดจะชัดเจนว่า ระเหยช้ากว่าเบนซินมากๆขัดแย้งกับความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง ไปในคนละทิศเลย
• ในการทดลอง ใช้หลอดแก้วหรือแก้ว ทางเคมี มีขีดบอกปริมาตรเป็นซีซี ซื้อจากศึกษาภัณฑ์ มีการรับรองจากหน่วยงานชั่งตวงวัด และใช้ขวดเหล้าที่ล้างสะอาดแล้ว มีการทดลองหลายครั้ง เพื่อให้ครบครัน ทั้งเบนซิน แก๊สโซฮอล์ อี10 อี20 อี85 และเอธานอลล้วน อี100
• จัดวางในรถตู้ จอดกลางแจ้งทิ้งไว้ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้ใกล้กับรถจริงมากที่สุด รวมทั้งวางไว้ใต้โรงจอดรถโปร่งพอสมควร นานหลายสัปดาห์ มีการถ่ายภาพและจดบันทึกระดับอย่างต่อเนื่อง
• จากภาพ มีทั้งผ่านการทดลอง 1-2 วันหรือหลายวัน แต่ชัดเจนว่าเบนซินระเหยเร็วกว่าเสมอ
• ทุกการทดลองไม่มีการกระเซ็นของน้ำฝนหรือไอน้ำแรงๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ต้องสงสัยว่าแก๊สโซฮอล์หรือเอธานอลที่ละระดับช้ากว่าเบนซิน จะเป็นเพราะมีน้ำเข้าไปผสม ส่วนการดูดน้ำ ก็ไม่พบว่าภาชนะใดมีน้ำเข้าไปผสมให้เห็นอยู่แม้แต่หยดเดียว

bul orangeผลทดลองพบว่า…น้ำมันเบนซิน ที่ไม่ได้ผสมเอธานอล ระเหยเร็วที่สุด

• แก๊สโซฮอล์ ระเหยช้ากว่า ยิ่งผสมเอธานอลลงไปเป็นเปอร์เซ็นต์มากเท่าไร ก็ยิ่งระเหยช้าลง เหลือในภาชนะมากกว่าเบนซิน แบบ มองเห็นด้วยตาเปล่าชัดเจน
     
04
     
05
 
07
 
08
 
09
     
ด้านมลพิษที่หลายคนมองข้าม

• ทิ้งท้ายกับการทดลองเรื่องมลพิษแบบง่ายๆ แต่เห็นผลชัดเจน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 และเอธานอลล้วน อี100 ราดลงพื้นปูน 2 จุดแยกกัน จุดไฟพร้อมกัน ตาเปล่ามองเห็นได้ชัดว่า ควันไฟของอี20 มีสีดำ ดูแล้วเป็นมลพิษมากกว่า อี100 ที่ไม่มีควันสีดำเลย
• บนพื้นปูนที่อี20 ไหม้ ก็มีคราบเขม่าสีดำ ส่วนอี100 สะอาดปกติ ถ้าเป็นเบนซินไม่ผสมเอธานอล คงจะสกปรกกว่านี้ แต่วันที่ทดลองไม่ได้เตรียมเบนซินไว้เผา ไว้จะทดลองใหม่
     
06
 
10
 

bul orangeการใช้เอธานอล จึงมีข้อดีที่ชัดเจนอีกข้อ คือ การสร้างมลพิษต่ำกว่าเบนซิน

• ภาพและบทความในเวบไซต์นี้ เป็นเพียงการเกริ่นให้เห็นและทราบความเป็นจริงในเรื่องนี้ ตั้งใจนำเสนอเพียงไม่กี่ภาพ และบทความสั้นๆ เท่านั้น
• กระตุ้นเตือนว่า หลายเรื่องราวในชีวิต อาจเป็นความเชื่อที่ผิดในวงกว้าง จนเหมือนเป็นเรื่องจริง ทั้งที่ไม่จริง!

bul orangeทีมงานได้เตรียมบทความแบบสมบูรณ์ ที่มีความยาวและครบทุกรายละเอียดในเรื่องนี้ จะนำเสนอในนิตยสาร THAIDRIVER ในช่วงกลางปี 2009 นี้ เน้นว่า ภาพและบทความที่คุณกำลังอ่านในเวบเพจนี้ เป็นแค่น้ำจิ้มหรือเกริ่นเท่านั้น ส่วนของจริง รอติดตามได้ครับ

 
12
 
13
 
     
  ครั้งนี้...ทดสอบการระเหยเท่านั้น
• การทดสอบด้านอื่น ยังไม่เกี่ยวกับการทดลองระเหยในครั้งนี้ ใครที่จะถกเถียงกัน ต้องใช้สติ อย่ามั่วหรือสับสนประเด็น เราทดลอง และแสดงให้เห็นชัดเจน ในด้านการระเหย ส่วนคุณจะสนใจเรื่องอื่นด้วย ก็เป็นเรื่องอื่นที่แตกต่างกันออกไปและต้องพิสูจน์กันต่อไป

• สรุปง่ายๆ ต้องพิสูจน์กันเป็นเรื่องๆ ไป ตามเวลาและโอกาสจะอำนวย ไม่ใช่ว่า... มันไม่ใช่ประเด็นที่คุณสนใจ เพราะหัวเรื่องก็ชัดเจนว่า ทดลองเรื่องอะไร ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น ด้านสมรรถนะ หรืออื่นๆ ของแก๊สโซฮอล์ ก็จะต้องหาโอกาสและความเหมาะสมที่จะพิสูจน์กันต่อไป

• และถ้าเราหาข้อมูลที่ไม่ค่อยมีใครเปิดเผย หากพบว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ข้อมูลจากการทดสอบจริงช่วงปี 2008 โดยเขาไม่ได้เน้นเอามาโฆษณา เพราะทำกันภายในองค์กรนั้นอยู่เสมอ จึงเชื่อถือได้ เราหามาได้ พบว่า...

น้ำมัน ออกเทน 95
- แก๊สโซฮอล์ ที่มีออกเทน 95 ส่วนผสมเอธานอล 10 เปอร์เซ็นต์ (อี10-95) มีค่าความร้อน 43.50 เมกกะจูลต่อกิโลกรัม
- เบนซิน 95 ในยี่ห้อเดียวกันมีค่าความร้อน 43.16 เมกกะจูลต่อกิโลกรัม

• คุณจะเชื่อไหมว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ยี่ห้อนั้นมีพลังงานความร้อนต่อน้ำหนักมากกว่าเบนซิน เป็นไปได้อย่างไร ?

• เพราะยี่ห้อนั้น ใช้น้ำมันพื้นฐาน 90 เปอร์เซ็นต์ที่มีค่าความร้อนมากกว่าน้ำมันที่จะมาผสมเอ็มทีบีอีเป็นเบนซิน 95 นั่นเอง

น้ำมัน ออกเทน 91
- แก๊สโซฮอล์ ที่มีออกเทน 91 ส่วนผสมเอธานอล 10 เปอร์เซ็นต์ (อี10-95) มีค่าความร้อน 43.15 เมกกะจูลต่อกิโลกรัม
- เบนซิน 91 ในยี่ห้อเดียวกันมีค่าความร้อน 44.49 เมกกะจูลต่อกิโลกรัม
- แก๊สโซฮอล์ 91 มีค่าความร้อนน้อยกว่าเบนซิน 91 อยู่ 2 เปอร์เซ็นต์

• ถ้าใช้น้ำมันพื้นฐานเหมือนกัน อี10 ในน้ำหนักเท่ากับเบนซินที่เติมเอ็มทีบีอี 5-8 เปอร์เซ็นต์ จะมีค่าความร้อนน้อยกว่าประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่าลืมว่า ค่าเอ/เอฟ เรโช (Air/fuel Ratio) ของอี10 จะต้องยิงหนากว่าหรือมากกว่าเบนซินผสมเอ็มทีบีอี ที่ใช้ประมาณ 14.5 ต่อ 1 ส่วนอี 10 ที่ค่าแลมบ์ดา 1 จะต้องยิง 14.2 ต่อ 1 ซึ่งเท่ากับจะมีปริมาณแก๊สโซฮอล์ในกระบอกสูบมากกว่าเบนซินเล็กน้อย

• สรุปก็คือ เนื้อต่อกรัมร้อนน้อยกว่าบ้าง แต่เมื่อต้องยิงเข้าไปหนาหรือมากกว่าบ้าง ค่าความร้อนที่เผาไหม้มาถีบลูกสูบ เพื่อเป็นกำลังงาน ก็ถือว่าใกล้เคียงกัน ไมได้แตกต่างกันฟ้ากับเหว

• เน้นว่าการทดลองนี้ เป็นการทดลองเรื่องระเหยเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น-ด้านอื่น ติดตามกันต่อไปครับ
 
     
     
 
 
 
 
bot left Thaidriver - All Rights Reserved bot right
   eXTReMe Tracker